วันอาทิตย์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การเติบโตของบ้านธรรมชาติ


หลังจากสร้างบ้านธรรมชาติ ได้ 3 ปี ได้มีการต่อเติมแบบกันอีกครั้ง ด้วยความคิดที่บรรเจิด เพราะยังไม่อยากหยุดนิ่งในการต่อเติมเสริมแต่งบ้าน มองไปมองมา เริ่มเห็นว่าควรใช้พื้นที่ได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ห้องน้ำที่งดสร้างไปหนึ่งห้องที่ด้านล่าง ทำให้การเข้าห้องน้ำต้องผ่านห้องนอนทุกครั้ง ทำให้ไม่สะดวก นอกจากนี้มองเห็นว่าการต่อเติมสามารถเพิ่มได้อีกหนึ่งห้อง จัดให้เป็นห้องนั่งเล่น โดยใช้ส่วนประกอบห้องเป็นกระจกส่วนใหญ่ ได้ค้นเน็ท ดูรูปแบบการต่อเติมห้องก็เห็นแบบที่สามารถใช้ในการต่อเติมได้ และคิดว่าสามารถทำได้ไม่น่าเกลียด ลองเรียกช่างเจ้าเดิมมาคุยถึงความเป็นไปได้ ช่างบอกสามารถทำได้ก็นัดวันเวลา และขออนุญาติท่านเจ้าอาวาสในการมาช่วยทำบ้านอีกครั้ง โดยผ่านคุณแม่เหมือนเดิม และมอบหมายให้คุณแม่เป็นคนช่วยดูแลค่าใช้จ่ายของช่าง สำหรับเราเสาร์ อาทิตย์ จึงแวะมาดู ช่างได้เริ่มรื้อระเบียงเล็กออก และทุบผนังด้านข้างเพื่อทำห้องน้ำ และตัวเราได้เริ่มดูกระเบื้อง รูปแบบทำเคาน์เตอร์ปูน ช่างทำโครงสร้างหลักเสร็จภายในหนึ่งเดือน ระเบียบการทำงานของช่างยังเหมือนเดิม แต่มีสิ่งเปลี่ยนแปลงหนึ่งอย่างของหัวหน้าช่าง การเดินทางที่ใช้จักรยานมาทำงานเปลี่ยนมาเป็นรถสาเล็ง การพัฒนาของช่างมีเพิ่มขึ้น ความน่ารักของทีมงาน ความเอื้อเฟื้อต่อการเก็บเค้าของ ความเรียบร้อยในการใช้อุปกรณ์ การเก็บความเรียบร้อยและการเกลี่ยดินพื้นที่รอบๆบ้านให้เรียบร้อยโดยไม่คิดค่าแรง สิ่งที่เห็นการพัฒนาของช่างเพิ่มจากการที่เคยทำบ้านตอนแรกคือ ตอนทำบ้านครั้งแรก การปูปาเก้พื้นห้อง การติดกระเบื้องห้องน้ำ วางอุปกรณ์ต่างๆ แต่เดิมจะติดต่อช่างอื่นมาทำให้ หลังสร้างบ้านเสร็จ แต่ครั้งนี้สามารถรับทำให้ ที่สำคัญราคาไม่แพงมีการทำแถมหลายจุดโดยไม่คิดเงิน สิ่งเหล่านี้มีในชนบท ซึ่งหาได้ยากในเมือง ยิ่งเมืองใหญ่จะเป็นปัญหา ความล่าช้า การทำที่บานปลายสร้างความปวดหัวให้กับเจ้าบ้านมาก เห็นการเขียนบ่น ปัญหาการสร้างบ้านในเว็ป ในที่สุดห้องกระจกที่ต่อเติมเสร็จเรียบร้อย และยังได้แต่งสวนหน้าห้องกระจกใหม่ตามสไตล์ ...สบายๆๆๆ



สำหรับการจัดภายในก็ไม่มีอะไรมากหนัก เพียงหาอะไรมาเพิ่ม ก็มีโซฟาสีน้ำตาลเก่าๆ 3 ตัว ตอนเอามาฝุ่นจับหนามากต้องใช้เครื่องดูดฝุ่นหลายครั้ง หลังจากนั้นใช้สเปร์ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ สเปร์หามาจาก home pro ราคากระป๋องหนึ่งประมาณ 300 กว่าบาท ใช้เสียหมดกระป๋อง แล้วจัดเข้าที่เรียบร้อย

วันหลังไปลังกาวีได้ซื้อผ้าสีน้ำตาลมาเห็นเข้ากันดีกับสีโซฟานำมาหุ้มพนักพิง เย็บเองทำเป็นปลอกสวม แล้วเย็บหมอนอิงดวยผ้าดังกล่างเพิ่ม นอกจากนี้ยังซื้อปลอกหมอนอิงสีครีม 2 ใบ และหมอนอิงของอินเดียเป็นรูปสามเหลี่ยมมา 1 ใบ จัดไปได้ระยะหนึ่งได้ผ้าคลุมโต๊ะยาวๆมาผืนหนึ่งสามารถใช้ปูพนัก ดูแล้วทำให้เก๋ขึ้น ต่อมาได้ผ้าลายดอกน่ารักมาอีกหนึ่งผืน มีความยาวช่างพอดีกับพนักโซฟา มาปูทับก็ดูสดชื่นไปอีกแบบ ถ้าหามาใหม่ก็อาจเอาไว้เปลี่ยนอีก การปรับเปลี่ยนจะทำให้เรารู้สึกว่ามีอะไรใหม่ในชีวิตอยู่ตลอดเวลา ต้องการอะไรอยากทำอะไรก็ทำ มันอิศระในการคิด คิดได้มากมาย




ได้เย็บหมอนอิงด้วยผ้าชนิดเเดียวกันเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 ใบ ทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส 2 ใบ

หมอนสีครีมอีก 2 ใบ และหมอนรูป สามเหลี่ยม หนึ่งใบ ได้ซื้อมาจากลังกาวี ทำจากประเทศอินเดีย ดูแปลกในรูปร่างของหมอนอิง จริงๆแล้วมีหลายแบบแต่ติดใจรูปแบบดังกล่าว



ได้ผ้ามาเพิ่มหนึ่งผืน ดูแล้วน่าจะมาปูบนพนัก หลังปูเสร็จเห็นว่าใช้ได้ ดูไม่พิื้นๆไป ทำให้โซฟาดูชัดขึ้นกว่าเดิม




หลังจากนั้นไม่นานก็มี ผ้าลายดอกไม้สีม่วงสวย มาให้เชยชมอีก ทำให้ต้องนำมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะนำมาใช้ตรงไหน หันไปหันมาก็คิดว่ามาปูตรงพนักมันคลุมพอดี และดูหวานแหววขึ้นจัดใหม่อีกครั้งจนถึงทุกวันนี้




วันเวลาเปลี่ยนไป ตอนนี้เป็นปี พ.ศ.2554 หรือ คศ. 2011 หลังจากเกิดน้ำท่วม บ้านที่ฉันอยู่ประจำในการทำงาน มีของเสียหายต้องทิ้งมากมาย เครื่องใช้ที่ใช้ได้ก็เปลอะเปลื้อนโคลนอย่างมาก การทำความสะอาดหลังน้ำลดมีปัญหาเพราะไม่มีน้ำ ประมาณกว่าหนึ่งอาทิตย์ ทุกอย่างจะคลี่คลายสู่ภาวะปกติ ฉันได้ตัดสินใจเอารถบรรทุก คนงานมาขนเครื่องใช้ที่คาดว่ายังใช้ได้กลับไปบ้านต่างจังหวัดเพื่อไปทำความสะอาด ตากแดด และให้ช่างดูพวกอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆว่ามีอะไรใช้ได้หรือไม่ หลังจัดการทำความสะอาดโดยยึดคำแนะนำการล้างของต่างๆ จากน้ำท่วม ได้สืบค้นหาวิธีการปฏิบัติอย่างไรไม่ให้เกิดการติดเชื้อ จากต่างประเทศที่มีการแนะนำไว้ เพราะบางเมืองของอเมริกาเขาถูกน้ำท่วม เขามีคำแนะนำการทำความสะอาดบ้านและอุปกรณ์ต่างๆ ให้ทราบ ไว้ว่างๆ ฉันจะเขียนเล่าว่าเขาทำอย่างไรบ้าง หลังจากทำความสะอาด ตรวจสอบอุปกรณ์แล้วก็พร้อมจะขนกลับบ้านในเมือง ก็มีข่าวอีกว่าฝนจะตกหนักอีกครั้งและเมืองที่ฉันอยู่มีโอกาสน้ำท่วมซ้ำสอง ฉันจึงเลือกบางสิ่งมาไว้ที่บ้านธรรมชาตฺ ทำให้มีการจัดบ้านธรรมชาติภายในใหม่อีกครั้ง ทำให้ของในบ้านธรรมชาติเริ่มมาก แต่บ้านในเมืองของต่างๆลดลง


สิ่งที่เปลี่ยนมากที่สุดคือห้องกระจก เปลี่ยนอุปกรณ์ภายในโดยเอาชุดรับแขกของบ้านในเมืองมาแทนที่ เอาของที่นี้ไปไว้ที่โนน้ น้ำท่วมอีกครั้งคราวนี้ทิ้ง... แล้วซื้อใหม่















กระต่ายขาวสามขนาดที่นำมาเสียบไม้จัดใส่แจกันเป็นงาน design ที่ได้จากงานสวนหลวง ร.9 เห็นแล้วชอบปีนี้เป็นปีกระต่าย และเป็นสิ่งที่ฉันเริ่มสะสม เอามาจัด เอานกตัวหนีบสีแซบสันมาเกาะกิ่งไม้ ทีฉันเดินเข้าไปท้ายสวนเห็นต้นไม้ถูกตัดแห้งอยู่ ทำให้ฉันเกิดไอเดียจึงเลือกขนาดต่างๆมาเพื่อจัดใส่แจกันหินอ่อน เหลือบไปเห็นดอกไม้เทียมที่ปักหลบมุมแอบอยู่ในกระถางต้นไม้ จึงเอามาแซมดู...สุดเท่ห์อย่าบอกใคร ...ฉันโอ...มากๆ




























วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ธรรมชาติรอบๆบ้าน


หลังได้สร้างบ้านเรียบร้อย เริ่มปลูกต้นไม้ต่างๆ มีทั้งไม้ที่เป็นไม้ขอ ไม้ซื้อ ไม้หาตามข้างทาง พร้อมทั้งหาสิ่งประดับสวนต่างๆเท่าที่หาได้มาจัดสวนในมุมต่างๆของบ้าน ช่วงทีปลูกบ้านใหม่ๆ ไม่ได้ปลูกหญ้า เอาทรายมาลงถมให้เต็มเพราะไม่ได้มาอยู่ประจำ กลัวเป็นปัญหาในการรดน้ำ เลือกปลูกแต่ไม้ดอกที่ทนความแห้งแล้ง ได้เด็กพี่เลี้ยงคุณแม่ช่วยมารดน้ำให้เมื่อเขาว่างงาน แต่ไม่ได้คาดหวังว่าจะมารดน้ำให้ได้ 100%


ได้จัดสวนด้านหน้าระเบียงเล็กๆ ปลูกต้นหลิวเกาหลี เฟิรน์เป็นไม้ขอจากบ้านคุณน้า ต้นเข็ม ต้นวาสนาที่ย้ายมาจากที่อื่นเอามาปลูกที่มุมสวน ได้นำต้นเตยซึ่งขอมาจากบ้านน้องสาวมาลงในสวนด้วย ไปซื้ออ่างดินเผาเป็นรูปหอย เอาดินเหนียวลงในอ่างเพื่อปลูกไม้น้ำถ้าจำไม่ผิดเรียกว่าผักแว่นแก้ว ดูแล้วคล้ายใบบัวบก เมื่อไปกรุงเทพเห็นร้านขายต้นไม้แถวทางไปบางบัวทอง มีร้านหนึ่งเป็นเด็กรุ่นหนุ่มดำเนินกิจการโดยทำรูปสัตว์ต่างๆด้วยเรซิน แล้วทาสีด้วยการทำ air brush กับรูปสัตว์ต่างๆขาย เช่น กระต่าย จึงได้ซื้อมา เพราะตัวเองเริ่มหาแนวการสะสมของที่ระลึกว่าควรเป็นอะไรบ้าง ได้ไปเห็นบ้านพี่สนิทคนหนึ่งเขาชอบเป็ดมากๆ เวลาซื้อของมาสะสม หรือของที่ระลึกก็จะซื้อแต่เป็ด เพื่อนๆไปเที่ยวต่างประเทศหรือภายในประเทศ พอเห็นเป็ดเขาจะคิดถึงจะซื้อมาฝาก ทำให้ตัวเองอยากมีอะไรที่ชัดเจนบ้าง เพราะเป็นคนชอบ shopingมาก จะได้ซื้อของไม่สแปะสะปะ นอกจากเริ่มสะสมกระต่าย ยังชอบ นก ชอบไก่ เพราะไปเที่ยว home stay ที่อัมพวา เห็นไก่แจ้แล้วชอบในสีสรรและขนาดตัวที่ไม่ใหญ่ไม่โตเดินเตร่ไปเตร่มาในสวนที่มีต้นไม้ดูเป็นธรรมชาติ ... ติดใจมากๆ




ตอนขับรถมาบ้านธรรมชาติ เห็นบ้านหลังหนึ่งอยู่ริมถนนมีพันธุ์ไม้หลากหลายอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้านได้จอดรถเข้าไปสอบถาม พบว่าเขาขายต้นไม้ราคาไม่แพงมาก เช่นใบเงิน ใบนาก ต้นเล็บครุฑแคระลายได้ซื้อมาหลายต้น พอเข้าไปในตัวบ้านของเจ้าของร้าน เห็นเก็งจีนเก่าๆสภาพ 80 % พอใช้ได้ จึงขอซื้อต่อรองได้มาในราคา 150 บาท ไม่ทราบว่าถูกหรือแพงเพราะไม่เคยสืบราคามาก่อน แต่มาภายหลังได้ไปสอบถามราคาปรากฏว่าซื้อได้ถูกมาก และได้นำเป็ดตัวใหญ่ที่ทำด้วยเรซินมาจัดสวนเล็กๆหน้าระเบียงกะเขาด้วย



หลังจัดสวนได้ไประยะหนึ่ง เมื่อขับรถไประหว่างทางเห็นร้านๆหนึ่งนอกเมืองมีของประดับสวนมากเป็นหิน เป็นแจกันใหญ่ คนโทอยู่กลางสนามน่าสนใจ จึงได้เลี้ยวรถเข้าไปดูว่ามีอะไรสามารถซื้อกลับติดไม้ติดมือได้บ้าง มีแต่ของราคาแพงเพราะมันใหญ่โตเกินขนาด จึงพยายามหาของขนาดเล็ก ไปเห็นโอ่งเล็กใบหนึ่งข้างบนปากโอ่ง เขาทำเป็นใบบัวมีท่อออกมาเป็นน้ำพุเหมาะกับสวนเล็กๆ ซื้อมาด้วยราคาประมาณ 300 กว่าบาท ไม่มีมอเตอร์ดูดน้ำให้ นอกจากนี้ได้นำอ่างบัวจากบ้านในเมืองมาร่วมจัดสวนโดยมาทาสีขาวใหม่ แล้วเอาโอ่งเล็กๆว่างไว้ข้างบนทำเป็นน้ำพุในสวนเล็กๆ ของบ้านธรรมชาติ


ยังได้ทำสวนด้านหน้าบ้าน หรือด้านระเบียงใหญ่ด้วย เอาโคมไฟทำด้วยดินเผามาเป็นจุดเด่น นำต้นไม้พวกต้นพวงทอง ออกดอกสีเหลืองตลอดปี ต้นเล็บครุฑใบฝอย ต้นโมก ต้นสนมังกรปลูกเป็นรูป 3เหลี่ยม 3ต้น ต้นแดงสิงค์โปร์ มีต้นดาษตะกั่วปูเป็นไม้คลุมดิน ใกล้บันไดมีต้นหนวดปลาดุกแซมระหว่างต้นโมก



หน้าประตูบ้านระเบียงใหญ่ได้เอาต้นมะพร้าวที่หอบหิ้วมาจากจตุจักรมาใส่กระถาง ได้เอาลิงนั่งกินกล้วยจากงานเกษตรในเมืองมา 4 ตัวเฝ้าต้นมะพร้าวไว้ ทีมหมูหน้าบานก็ยกมาทั้งเล้า เห็นไม้สลักหน้าตาประหลาด ได้ซื้อมาจากอินโนดิเซียเมื่อคราวไปเที่ยวเมืองเบดานมาหลายปี ได้มาวางหน้าบ้าน เพื่อสร้างความเป็นศิริมงคล



แม่ไก่พ่อไก่ก็อยู่ไปทั่วบ้าน บริเวณบันไดบ้าน ใต้ต้นไม้ ร่มไม้อยู่เป็นคู่ผัวตัวเมียไม่ทิ้งกันและกันอย่างมีความสุข และสร้างชีวิตชีวาให้กับบ้านธรรมชาติ โดยไม่สร้างปัญหาในการถ่ายอุจจาระไปทั่วเหมือนไก่จริง ไม่เปลื้องข้าวเปลือก ไม่ต้องเป็นภาระในการให้อาหาร... สุดยอด


ในบริเวณหน้าบ้านมีนกแก้วสีฉูดฉาดเกาะอยู่แถวลูกขนุนไม่ยอมบินไปไหน เป็นองค์รักษ์พิทักษ์ลูกขนุนกลัวจะมีใครขโมยจากต้นไป ช่างน่าเอ็นดูในความน่ารักของมัน แถมนกกะสายืนหลบแดดหลังต้นไม้อย่างมีความสุข มันแน่ใจว่าไม่มีใครมากวนใจมันได้,,, คิดจะอยู่ที่นี้นานแค่ไหน... ลองบอกฉันหน่อยซิแม่ปากแดง









หลังจากนั้นไม่นาน ฉันเป็นคนที่อยุ่ไม่สุข ชอบการเปลี่ยนแปลง หาสิ่งใหม่ๆมา และเริ่มปรับรอบใหม่ โดยการย้ายของเก่าเสริมของใหม่ ให้มีชีวิตชีวาอย่าจำเจ และมีการเพิ่มใหม่ในบางมุม เริ่มจากมุมด้านบ้านน้องสาวก็เริ่มเอาของเก่าจากมุมอื่นมาจัดวางไม่ให้ดูว่างเปล่า





จากนั้นกลับมาจัดหน้าระเบียงเล็กใหม่อีกครั้ง

หน้าระเบียงใหญ่ ไปซื้อเจดีย์ทรายสไตล์ญี่ปุ่นมา 2 ชุด เอารูปสัตว์ที่มีมาวางบนก้อนกรวดที่ซื้อข้างทาง คนขายบอกว่าเป็นก้อนกรวดจากแม่น้ำโขง มีหลายขนาด และหลายสี ขายเป็นกิโล หลายสตางค์พอๆกับน้ำหนักที่หอบมา